สองเดือนกับสองขาที่ตระเวณเที่ยวยุโรปโดดๆอยู่คนเดียว

เมืองมหาลัยเล็กๆแห่งนี้ หากจะบอกว่าให้ความรู้สึกย้อนไปถึงยุคที่บ้านก่อด้วยอิฐ เป็นกระท่อมน่ารักๆในหมู่บ้านเล็กๆก็คงไม่ผิดนักค่ะ เดินทางมาถึง Lund ตอนเช้าตรู่อย่างที่บอก เมืองนี้ยังหลับใหล พระอาทิตย์ก็ยังตื่นไม่เต็มตา มีให้ฟังอยู่แต่เสียงนกเสียงการ้องปลุกคนให้ตื่นจากนิทราราตรีกาลบ้างแล้วค่ะ ส่วนเราด้วยความสลึมสลืองวยงงงสุดชีวิต ก็เลยต้องไปนั่งพักแป็บๆให้หายข้องใจในสถานีรถไฟค่ะ

ที่นี่เป็นสถานีเล็กๆกระทัดรัด เดินๆนั่งๆนอนๆถนัดตาค่ะ แต่ว่ายามเช้าอย่างนี้สถานีก็ดูเปล่าเปลี่ยวเอกาซ่ะเหลือเกิน ไอ่เราด้วยความกลัวของหายสุดชีวิตสุดเดชเลยไม่กล้าวางของไว้สุ่มสี่สุ่มห้าแล้วยกเท้าขึ้นตั่งหันหัวนอนค่ะ  ฉะนั้นก็ต้องกล้ำกลืนฝืนเก็บเอาความง่วงไว้ แล้วค่อยๆรอให้สถานีเปิดจะได้ไปฝากกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วพกเอามาแต่กระเป๋าพกใบเล็กไว้ไปเดินเที่ยวดุ่มๆรอบเมืองเล็กแห่งนี้กันค่ะ

เวลาเจ็ดโมงเช้าของที่นี่ผู้คนเริ่มออกมาเดินกันตามถนนหนทางกันบ้างแล้ว ด้วยความที่ว่าสถานีรถไฟอยู่ในเมืองพอดิบพอดี แถมมีสถานีรถเมล์อยู่ตรงนั้นอีก เราก็เลยเห็นถึงความครึกครื้นของชีวิตไปโดยปริยาย ทั้งคนขี่จักรยานที่จอดเรียงกันอยู่เป็นตับอยู่ข้างสถานี ทั้ฝผู้คนเดินออกมาจากบ้านเรือน แวะเข้าไปหาอะไรกินในร้านกาแฟใกล้ๆ แล้วจึงค่อยเดินไปขึ้นรถเมล์ รถไฟไปทำงานในเมืองอื่นค่ะ ก็นั่นแหล่ะค่ะ Lund เป็นเมืองมหาลัยเล็กๆ ผู้คนเลยต้องไปหางานทำในเมืองใกล้เคียงเมืองอื่นๆกันเช่น Malmo หรือบางคนก็เดินทางข้ามฟากไป Copenhagen เพื่อไปทำงานกลางวันแล้วกลับตอนเย็นค่ะ อย่าเพิ่งคิดมากว่าต้องเดินทางข้างน้ำข้ามทะเลไปเลย ก็จากที่นี่เค้าใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเดินทางไปๆกลับๆเองค่ะ ฉะนั้นแล้วไม่ต้องห่วง

ไอ่เราก็เดินเหงาๆออกไปชมเมืองยามเช้ากันค่ะ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆน่ารักที่มีครบทุกสิ่งให้สรรหา ทั้งตลาดกลางเมือง ทั้งร้านอาหารไทย ทั้งร้านเสื้อผ้า นอกจากนี้บริเวณจตุรัสหน้าสถานีรถไฟก็มีคนเอาของมาตั้งขายเป็นแถวๆด้วยค่ะ ของส่วนมากก็เป็นพวกของ vintage ที่เค้าใช้แล้วบ้าง ไม่เคยใช้บ้าง มาตั้งเรียงรายให้เลือกชมอยู่เป็นนิจ ที่รู้ก็เพราะถามเค้าเอาค่ะ ไม่ได้นั่งอมเทียนอะไรมาพูดหรอกนะค่ะ

คนที่นี่น่ารักค่ะ เป็นมิตรมากๆ ก็ดูอย่างตอนที่ไปคุยกะแม่ค้าขายต่างหูโบราณยุค 60s แกก็เล่าให้ฟัง แถมยังให้ลองดูเครื่องประดับอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ไอ่เราก็เลยเม้าธ์กะแกไปเพลินๆในระหว่างที่รอคุณเพื่อนเดินไปเดินมาแถวนั้นค่ะ จากการพูดคุยกะแกเลยทำให้ได้รู้ว่าแกไม่ใช่คนแถวนี้จริงๆ แต่ว่ามาตั้งของขายที่นี่ทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละวันสองวัน นอกจากนั้นแกต้องหอบของไปขายที่เมืองอื่นแถวๆนั้นค่ะ พอคุ้นได้ที่แกก็เลยถามไถ่ว่าจะไปเที่ยวกันต่อที่ไหนอีกจากนี้ พอบอกไปปุ๊บว่าไป Copenhagen แกก็สวนกลับมาทันทีว่าให้เตรียมเสบียงไปด้วย เพราะว่าที่นั่นอาหารแพงสุดกู่ พอนึกขึ้นได้อย่างนี้ก็เลยตั้งใจไว้ว่าพอไปเจอคุณเพื่อนที่ห้องสมุดในเมืองแล้วก็คงต้องแวะไปซื้ออะไรกินเผื่อด้วยแน่ๆคะ

จากในเมือง เราเดินซ่ะทั่ว เข้าไปในโบสถ์เก่าแก่ทันได้ยินเสียงคนซ้อมร้องเพลงเป็นกลุ่ม พร้อมกับเล่นดนตรีสดให้เราได้ฟังกัน เสียงมันเพราะขึ้นมาทันทีส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสะท้อนกับเพดานโบสถ์ทำให้ดูมันอลังการงานสร้างมากๆ ฟังไปเพลินๆไป เลยถือวิสาสะเข้าไปนั่งดูนั่งชมเฉยๆเอาซ่ะดื้อๆ ก่อนที่จะออกเดินต่อไปห้องสมุดประจำเมืองเพื่อแวะหาคุณเพื่อนแล้วเตรียมตัวออกเดินทางไป Copenhagen กันต่อในตอนราวๆเที่ยงของวันนั้นแหล่ะค่ะ

คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อว่าไป Copenhagen แล้วเป็นยังไงบ้างนะค่ะ วันนี้ขอลาไปก่อนละกันค่ะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: